เรื่องแคลเซียมและฟอสฟอรัส สองแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการพัฒนาการเจริญเติบโตของลูกสุนัขและลูกแมว
1. การให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในขนาดที่เหมาะสมจะส่งผลในการเจริญเติบโตที่ดีของลูกสัตว์
2. ความต้องการแคลเซียมจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของสายพันธุ์ สุนัขพันธุ์ยักษ์ และพันธุ์ใหญ่จะต้องการแคลเซียมมากกว่าสุนัขพันธุ์กลางและพันธุ์เล็ก
3.
เมนูอาหารที่ทำให้ขาดแคลเซียมอย่าง ข้าวคลุกเนื้อ ข้าวคลุกตับหรือเครื่องในสัตว์ และไม่มีการเสริมแคลเซียมจะทำให้สุนัขและแมวป่วยเป็นโรคกระดูกบางได้ เนื่องจากการทำงานหนักเกินไปของต่อมพาราไทรอยด์
4.สำหรับการให้
แคลเซียมมากเกินไปก็มีผลเสียเช่นกันทำให้เกิดขบวนการสันดาปแคลเซียมที่ผิดปกติไป อย่างโรคกระดูกงอก เนื่องจากการหลั่งของฮอร์โมนแคลซิโทนิลเช่นกัน
5.
ความเข้มข้นของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอาหารของสุนัขและแมวนั้นขึ้นกับความสัมพันธ์ของสัดส่วนพลังงานของอาหารไมได้ขึ้นกับเปอร์เซ็นของมวลของอาหาร
6.
ความเข้มข้นของประมาณแคลเซียมในอาหารของสุนัขพันธุ์ใหญ่จะอยู่ที่ 3 กรัมต่อสารอาหารที่ให้พลังงาน 1000 กิโลแคลอรี่ และมีช่วงที่อยู่ระหว่าง 2.4-4.5 กรัม ต่อ 1000 กิโลแคลลอรี่การขาดแคลเซียม เนื่องจากการที่กินอาหารที่มีสัดส่วนของแคลเซียมี่ต่ำมากและมีฟอสฟอรัสที่สูงมาก และไม่มีการเสริมแคลเซียม อย่างเช่น ใน
ข้าวคลุกเนื้อ จะมีสัดส่วนของ
แคลเซียม อยู่ 20 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม คือ 0.02 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ อาหารเมนูนี้มี
ฟอสฟอรัส อยู่ถึง 300 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
จะเห็นว่าในอาหารดังกล่าวมีสัดส่วนของแคลเซียมต่ำกว่าฟอสฟอรัสอยู่ถึง 1 ต่อ 15 เท่า ถ้าเราใช้อาหารอย่างนี้เลี้ยงลูกสัตว์ในช่วงที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกจะทำให้เกิดปัญหาของโรคกระดูกอ่อนอย่างแน่นอน
อัตราส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสเป็นเรื่องสำคัญมากในการให้อาหารของลูกสุนัขและลูกแมว มีการทำการทดลอง เรื่องของการให้อาหารที่มีสัดส่วนของแคลเซียมกับฟอสฟอรัสที่ต่างกัน โดยทำให้สุนัขพันธุ์เล็กให้กินแคลเซียม 0.05 เปอร์เซ็นต์ กับฟอสฟอรัส 0.9 เปอร์เซ็นซึ่งมี ความแตกต่างของ
แคลเซียมต่อฟอสฟอรัสอยู่ 1 ส่วนต่อ 18 ส่วน ป้อนให้สุนัขกิน และวัดการดูดซึมของแคลเซียมและการเผาผลาญ ผลปรากฏว่า
แคลเซียมที่เข้าไปในร่างกายของสุนัขนั้นเข้าไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เดียว แต่
สุนัขในกลุ่มนั้นป่วยเป็นโรค NSHP (nutritional secondary hyperparathyroidism) เนื่องจากการที่มีฟอสฟอรัสมากเกินไป ถึงแม้ว่าจะกินแคลเซียมเข้าและดูดซึมได้ดีก็ตาม ในขณะเดียวกัน มีการให้
อาหารที่มีส่วนผสมของ แคลเซียมสูงกว่าฟอสฟอรัส ด้วยผลปรากฏว่า ก็จะ
ทำให้เกิด โรคกระดูกงอก และการสะสมของแคลเซียมที่ผิดปกติไป เช่นกัน
กลไกการเกิดแคลเซียมขาดของร่างกายสุนัขทำไมเกิดปัญหา NSHP ขึ้นเหตุเพราะ เมื่อเราให้
ลูกสุนัขกินอาหารที่ ขาดแคลเซียม มาก เมื่ออาหารเหล่านั้นเข้าไปในร่างกาย แคลเซียมจะเข้าไปในรูปแบบของประจุไฟฟ้า ตัวรับรีเซฟเตอร์ในร่างกายที่ชื่อว่า ชิฟเซลล์ ที่อยู่ที่ผิวของต่อมพาราไทรอยด์
จะส่งสัญญาณไปที่ต่อมพาราไทรอยด์ ให้ต่อมหลั่งพาราทอโมนออกมา ยังผลให้
เซลล์ออสซิโอคลาส ซึ่งเป็นเซลล์ที่สลายกระดูก เพื่อส่งแคลเซียมเข้ามาในกระแสเลือด และเพิ่มการดูดกลับแคลเซียมจากไต นอกจากนี้ ยัง
กระตุ้นให้ไตผลิตไวตามินดี ในรูปแอคทีฟเพื่อ
ดูดจับแคลเซียมในลำไส้ได้ดีมากขึ้น จะทำ
จนระดับแคลเซียมในเลือดเป็นปกติ เป็นไปเรื่อยๆ ยังผล
ทำให้กระดูกบาง และ เกิดกระดูกหักในที่สุด
ข้อมูลจาก
http://www.petgang.com/webboard/index.php?action=view&Id=3237